วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ความรู้คันเบ็ด




ความรู้คันเบ็ด



คันเบ็ดเป็นอุปกรณ์ที่ต้องคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ สำหรับการตกปลาทุกรูปแบบ โดยความพิเศษของคันตีเหยื่อปลอมคือ มีขนาดที่เล็ก และน้ำหนักที่เบา โดยหลักๆ คันเบ็ดจะแยกออกเป็น “เบทคาสติ้ง (Casting Rod)” กับอีกประเภทคือ “สปินนิ่ง (Spinning Rod) และคันเบ็ดยังแยกเป็นคันสเปคอเมริกา กับ ญีปุ่นด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้วผลิตประเทศอื่นก็มีเยอะเต็มไปหมด

คนไทยเรียก Spinning Rod ว่า “คันสปิน” ส่วน Casting Rod เรียกว่า “คันเบท”

ความยาวของคัน





หน่วยฟุตจะเป็นหน่วยที่ได้รับความนิยมในการบอกความยาวของคันเบ็ด จะว่าไปเป็นหน่วยสากลเลยก็ได้ และคันเบทกับ คันสปิน จะนิยมใช้ความยาวที่ต่างกันด้วยนะ
Casting Rod : จะนิยมใช้ที่ 6 – 6.8 ฟุต แบบ 1 ท่อน หากยาวกว่านี้จะไม่ค่อยได้รับความนิยมกัน ไม่ว่าจะตีหมายแบบไหนก็จะใช้ยาวประมาณนี้ และจากความเห็นส่วนตัวถ้าคันเบสยาวเกิน 7.6 ฟุตจะตียาก มีโอกาสตีแล้วสายฟูสูงมาก
Spinning Rod : จะชอบใช้ยาว 7 – 8 ฟุต แบบ 1 – 2 ท่อน สำหรับหมายขนาดกลางจนถึงใหญ่มาก และไม่เกิน 6 ฟุต คันเรียวๆ เล็กๆ หรือที่เรียก Ultra Light ..ส่วนใครชอบตีไกลเอาโล่ จัด 8 ฟุตขึ้นไปเลยไม่ผิดหวังแน่

  • Line Weight


    ต่อจากความยาวคัน สิ่งที่นักตกปลามือใหม่มักจะถามกันคือ Weight แต่จริงๆ แล้ว ตามตารางข้อมูลของคันเบ็ด จะมีคำว่า Weight (น้ำหนัก) ที่บอกคุณสมบัติเอาไว้อย่างน้อยๆ ก็ 3 อย่างคือ Line Weight, Lure Weight และ Rod Weight แต่ไม่เป็นไรรู้จักแค่ Line Weight ไปก่อน และหน่อยวัดที่เป็นสากลคือปอนด์ (LB.) ต่อไปเป็นตัวอย่างของ Line Weight แต่บอกไว้ก่อนว่าแต่ละค่ายผลิตจะมีตัวเลขที่ต่างกันนิดหน่อยอันนี้เป็นแค่ ตัวอย่าง
    Line Weight 2 – 6 : ไม่ค่อยมีกับ Casting Rod ส่วนใหญ่เป็นคันสปินและมี Power แบบ UL (Ultra Light)
    เพิ่งจะได้รับความนิยมได้ไม่นานสำหรับนักตกปลาชาวไทย ส่วนสายก็ PE 0.5 – PE1 (ผมเล่นไม่ได้ มือหนัก)
    Line Weight 6 – 12 : สำหรับคันสปินตกปลาน้ำจืด ถือว่าแข็งแล้วนะ เป็นเวทที่ตกได้ทั่วไปเลย แต่ถ้าเวทประมาณนี้และเป็นคันเบท ถือว่าคันอ่อนมาก ถือเป็น UL ของคันเบทเลย ใช้สายประมาณ PE 1 – PE 2 (คันสปิน) ใหญ่กว่านี้ตีไม่ค่อยออก ส่วนคันเบทก็ PE 2 ก็ยังตีได้สบาย
    Line Weight 10 – 17 : มาถึงเวทระดับนี้ ไม่ค่อยเจอในคันตีเหยื่อปลอมสปิน แต่ถ้าเป็นคันเบทถือว่าเป็นเวทครอบจักรวาล น้ำจืด น้ำกร่อย ตกได้ทุกที่ ปลาขังยันเขื่อน สายที่ใช้ก็ PE1.5 – PE3 (คันเบท) ส่วนคันสปินไม่ข้อพูดถึงนะครับ เวทระดับนึ้คงไม่ค่อยนิยมกัน
    Line Weight 12 – 20 : เริ่มเป็นงานเฉพาะทางแล้ว โดยเวท 12 – 20 ถือว่าแข็งสำหรับงานน้ำจืด แต่ก็นิยมใช้ตกหมายที่คิดว่าต้องเจอกับปลาใหญ่ หรือหมายที่มีอุปสรรคใต้น้ำเยอะหน่อย เช่นเขือน หรือบ่อบัว เป็นต้น แต่ก็มีน้าๆ บางท่านชอบใช้คันแข็งๆ ก็เอามันไปตกได้ทุกที่เหมือนกัน สายที่ใช้ก็ PE2 – 4 (คันเบท)

    สำหรับเวทใหญ่ๆ ที่พบก็ 12 – 25 แข็งมากๆ แล้วสำหรับงานน้ำจืด หากเวทมากกว่านี้ไม่แนะนำ เพราะเอามาตกน้ำจืดรับประกันได้เลยว่าไม่สนุก เพราะวัดทีปลาแทบจะลอยขึ้นบก
ความหมาย Power เอาไว้เป็นประโยชน์ในการเลือกคันมาใช้

  • UL = Ultra Light
  • ExL = Extra Light
  • L = Light
  • ML = Medium Light
  • M = Medium
  • MH = Medium Heavy
  • H = Heavy
  • ExH = Extra Heavy
  • UH = Ultra Heavy
xh004
จากภาพจะเห็นว่าที่โคนคันจะมีการบอก Line Weight , Lure Weight และความยาวคัน รวมทั้ง Action, Power เ
  • อาไว้ด้วย โดยทุกอย่างถูกรวมเป็นรหัสไว้ “LEC66MF” ซึ่งก็คือ
  • LEC = รุ่นคันเบ็ด LEGEND ELITE Casting Rod ในทางกลับกันถ้าเป็น LES ก็จะเป็น Spinning Rod
  • 66 = คันยาว 6.6 ฟุต แต่บางยี้ห้อจะบอกเลยว่า 6’6″
  • MF = คือคัน Power “M” และ Action “F” บางยี้ห้อก็บอกคำเต็มนะครับ บางทีก็ใส่ทั้งรหัส และเต็มก็มี

 สุดท้ายสิ่งที่ไม่เคยถูกเขียนลงบนคันเบ็ดคือ Rod Weight ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ทั้งที่มันสำคัญสำหรับคันตีเหยื่อปลอม ^ ^ สิ่งเหล่านี้นักตกปลาต้องหาข้อมูลเอาเองเมื่อจะเสียเงินซื้อคันดีๆ มาใช้และอย่างที่กล่าวไว้ตอนแรกๆ เกี่ยวกับคันอเมริกา กับญีปุ่น บอกตรงๆ ว่าผมเป็นคนใช้แบรนด์อเมริกา โดยที่ดังๆ ก็มีคันจีกับคันเซนต์ ส่วนทางฝั่งญีปุ่นมีเพียบ ถามว่าต่างกันยังไง..? เอาหลักๆ เลย ในเรื่องความสวยงาม คันญีปุ่นกินขาด ราคาก็เช่นกันแพงกว่า เพราะทุกอย่างที่เขาทำ
 
ออกมาถือเป็นศิลปะ ความใส่ใจในงานสูง ถ้าจะหาคันญีปุ่นราคาทะลุสองหมื่นบาทมีอยู่หลายคันเต็มตลาด แต่ถ้าเป็นคันอเมริกาหมื่นห้าก็ถือว่าโหดแล้ว ส่วนคันตีเหยื่อปลอมราคาเบาราคาไม่ถึงพันก็มีเยอะ หาซื้อง่ายตามร้านอุปกรณ์ตกปลาทั่วไป
จุดแข็งของคันอเมริการคือมักจะมีประกันคันหักติดมาด้วย แต่เรื่องความสวยยังเป็นรองคันญีปุ่นอยู่มาก ส่วนคันญีปุ่นเกือบทั้งหมดไม่มีประกัน ฉะนั้นใช้ต้องทำใจถ้าหัก แต่ไม่ต้องกลัวถ้าใช้ถูกวิธีคันไม่หักง่ายๆ แน่ ถึงราคาจะไม่แพงก็ตาม (มีบางยีห้อรับประกันให้เป็นพิเศษ ต้องสอบถามร้านที่จัดจำหน่ายด้วย) 

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.